พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (Premier League) ประวัติ ความสำคัญ โครงสร้างลีก และข้อมูลทีมครบถ้วน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (Premier League) ประวัติ ความสำคัญ โครงสร้างลีก และข้อมูลทีมครบถ้วน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือ premier league การแข่งขันฟุตบอลระดับสูงสุดของประเทศอังกฤษ และเป็นหนึ่งในลีกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของเกม สไตล์การเล่นที่รวดเร็วเข้มข้น หรือการรวมตัวของนักเตะและผู้จัดการทีมระดับท็อปจากหลากหลายประเทศ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้พรีเมียร์ลีกถูกมองว่าเป็น “มาตรฐานของฟุตบอลอาชีพระดับโลก” ที่แฟนบอลทั้งมือใหม่และคอบอลตัวจริงสามารถติดตามได้อย่างสนุกและเข้าใจง่าย ด้วยรูปแบบการแข่งขันที่ชัดเจนและเข้าถึงผู้ชมทั่วโลก

 

นอกจากนี้ พรีเมียร์ลีก ยังมีบทบาทสำคัญด้านวัฒนธรรมฟุตบอล เพราะถูกถ่ายทอดสดไปกว่า 200 ประเทศ ทำให้ผู้ชมทั่วโลกได้สัมผัสคุณภาพฟุตบอลอังกฤษแบบใกล้ชิด ลีกนี้ไม่เพียงเป็นแหล่งรวมความบันเทิง แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมการเติบโตของนักฟุตบอลดาวรุ่ง ทีมงานโค้ช และนวัตกรรมฟุตบอลยุคใหม่ บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักพรีเมียร์ลีกในทุกมิติ ตั้งแต่ระบบการแข่งขัน ประวัติ จุดเด่นของแต่ละทีม ไปจนถึงสไตล์ฟุตบอลเฉพาะตัวของลีกที่ทำให้ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

 

ประวัติพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือกำเนิดขึ้นจากความต้องการยกระดับฟุตบอลอาชีพของอังกฤษให้ก้าวทันโลกสมัยใหม่ ทั้งในด้านคุณภาพการแข่งขันและศักยภาพทางธุรกิจ นับตั้งแต่เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1992 พรีเมียร์ลีกได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากลีกภายในประเทศ สู่การเป็น ลีกฟุตบอล ที่ทรงอิทธิพลและมีมูลค่าสูงที่สุดในโลกในปัจจุบัน

  • การก่อตั้งในปี 1992
    พรีเมียร์ลีกก่อตั้งขึ้นหลังจากสโมสรชั้นนำแยกตัวออกจาก Football League First Division เพื่อบริหารลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดและรายได้ด้วยตนเอง จุดเริ่มต้นนี้ทำให้รายได้ของสโมสรเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และวางรากฐานสู่ความเป็นลีกเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ
  • ยุคแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครองความยิ่งใหญ่
    ช่วงทศวรรษ 1990 ถึงต้นยุค 2000 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ คว้าแชมป์ลีกหลายสมัย และช่วยสร้างภาพลักษณ์พรีเมียร์ลีกให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก
  • ยุคเชลซีและแมนเชสเตอร์ ซิตี้รุ่งเรือง
    การเข้ามาของเงินลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะเชลซีในยุคแรก และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในเวลาต่อมา เปลี่ยนสมดุลอำนาจของลีกอย่างชัดเจน ทำให้การแข่งขันลุ้นแชมป์เปิดกว้าง และยกระดับคุณภาพนักเตะและโค้ชทั่วทั้งลีก
  • การเติบโตเชิงธุรกิจและลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด
    พรีเมียร์ลีกพัฒนาโมเดลการขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดทั้งในและต่างประเทศอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้สโมสรทุกทีมมีรายได้สูงและใกล้เคียงกันมากกว่าลีกอื่น กลายเป็นหัวใจสำคัญของความแข็งแกร่งในระยะยาว

 

จากจุดเริ่มต้นในปี 1992 พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้วิวัฒนาการจากการแข่งขันฟุตบอลภายในประเทศ สู่การเป็น อุตสาหกรรมกีฬาระดับโลก ที่ผสมผสานความเข้มข้นในสนาม ความก้าวหน้าทางแท็กติก และพลังทางธุรกิจเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้พรีเมียร์ลีกยังคงยืนหนึ่งในโลกฟุตบอลจนถึงปัจจุบัน

 

จุดเปลี่ยนสำคัญของพรีเมียร์ลีกในแต่ละยุค

พรีเมียร์ลีก ได้เติบโตเพียงจากเงินทุนหรือความนิยมเท่านั้น แต่เกิดจากจุดเปลี่ยนสำคัญในแต่ละยุคสมัย ที่ส่งผลโดยตรงต่อรูปแบบการแข่งขัน สไตล์ฟุตบอล และภาพลักษณ์ของลีกในระดับโลก

 

  • ยุคดาวเตะต่างชาติหลั่งไหลสู่พรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990 พรีเมียร์ลีกเปิดรับนักเตะต่างชาติอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้คุณภาพเกมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งด้านเทคนิค ความเร็ว และความหลากหลายของสไตล์ฟุตบอล ลีกอังกฤษจึงเปลี่ยนจากฟุตบอลเน้นพละกำลัง ไปสู่ฟุตบอลที่ผสมผสานความแข็งแกร่งและความสร้างสรรค์
  • ยุคพัฒนาแท็กติกและผู้จัดการทีมระดับโลก การเข้ามาของโค้ชชั้นนำ เช่น อาร์แซน เวนเกอร์, โชเซ่ มูรินโญ่, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และเจอร์เก้น คล็อปป์ ทำให้พรีเมียร์ลีกกลายเป็นเวทีของแท็กติกฟุตบอลสมัยใหม่ ทั้งเกมครองบอล การเพรสซิ่งสูง และการ Build-up จากแนวรับ
  • ยุคจาก 4 ทีมใหญ่ สู่ 6 ทีมใหญ่ (Big Six) เดิมพรีเมียร์ลีกถูกครอบงำโดยทีมลุ้นแชมป์เพียงไม่กี่สโมสร แต่การลงทุนและการบริหารจัดการที่ดี ทำให้เกิดกลุ่ม “Big Six” ส่งผลให้การแข่งขันแย่งแชมป์และโควตายุโรปเข้มข้นตลอดทั้งฤดูกาล
  • ยุค VAR และเทคโนโลยีฟุตบอลสมัยใหม่ การนำระบบ VAR และการวิเคราะห์ข้อมูลเข้ามาใช้อย่างจริงจัง เปลี่ยนทั้งการตัดสิน แท็กติก และการเตรียมทีม แม้จะมีข้อถกเถียง แต่สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาของพรีเมียร์ลีกในฐานะลีกฟุตบอลระดับโลก

 

จุดเปลี่ยนเหล่านี้คือหัวใจสำคัญที่ทำให้พรีเมียร์ลีกพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และรักษาสถานะลีกฟุตบอลที่เข้มข้นและทรงอิทธิพลที่สุดของโลกมาจนถึงปัจจุบัน

 

โครงสร้างการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

โครงสร้างการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีโครงสร้างการแข่งขันที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานสากล ออกแบบมาเพื่อสร้างความยุติธรรมและความเข้มข้นตลอดทั้งฤดูกาล ทุกสโมสรต้องแข่งขันภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ส่งผลให้ ทุกคะแนนมีความหมาย ตั้งแต่การลุ้นแชมป์ไปจนถึงการหนีตกชั้น

 

ตารางรูปแบบการแข่งขันพรีเมียร์ลีก

รายการ

รายละเอียด

จำนวนทีม

20 ทีม

ระบบการแข่งขัน

เหย้า–เยือน

จำนวนแมตช์ต่อทีม

38 นัด

ระบบคะแนน

ชนะ 3 แต้ม / เสมอ 1 แต้ม / แพ้ 0 แต้ม

ทีมตกชั้น

อันดับ 18–20

ทีมเลื่อนชั้น

3 ทีมจากแชมเปียนชิป

โควตายุโรป

ท็อป 4 → ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

แต่ละฤดูกาล ทุกทีมต้องพบกันทีมละ 2 ครั้ง รวมเป็น 38 นัด ซึ่งทำให้ไม่มีความได้เปรียบเสียเปรียบในเชิงโปรแกรม ทีมอันดับสูงสุดเมื่อจบฤดูกาลจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ขณะที่ทีมอันดับ 18–20 จะตกชั้นลงไปเล่นในแชมเปียนชิป และถูกแทนที่ด้วยทีมที่เลื่อนชั้นขึ้นมาในฤดูกาลถัดไป

 

โครงสร้างนี้ทำให้พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่ การแข่งขันสูงตั้งแต่ต้นจนจบฤดูกาล ไม่ว่าทีมจะอยู่หัวตาราง กลางตาราง หรือท้ายตาราง ทุกนัดล้วนมีผลต่อเป้าหมายของสโมสร และเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้พรีเมียร์ลีกได้รับการยอมรับว่าเป็นลีกฟุตบอลที่เข้มข้นที่สุดในโลก

 

ทีมทั้งหมดในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด

ทีมทั้งหมดในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด

พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลล่าสุดประกอบด้วยสโมสรฟุตบอลระดับสูงสุดของอังกฤษจำนวน 20 ทีม ซึ่งมีความหลากหลายทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ศักยภาพทีม และเป้าหมายการแข่งขัน ตั้งแต่ทีมลุ้นแชมป์ ทีมลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรป ไปจนถึงทีมน้องใหม่ที่ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในลีกสูงสุด ความหลากหลายนี้ทำให้ผลการแข่งขันของพรีเมียร์ลีกคาดเดาได้ยากและเต็มไปด้วยความเข้มข้นตลอดฤดูกาล โดยสามารถจัดกลุ่มสโมสรในพรีเมียร์ลีกได้ดังนี้

 

  1.  ทีมใหญ่ (Big Teams / Big Six)
    แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซนอล, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์
    กลุ่มทีมที่มีงบประมาณสูง ขุมกำลังคุณภาพ และมีเป้าหมายหลักคือการลุ้นแชมป์หรือคว้าตั๋วฟุตบอลถ้วยยุโรปเป็นประจำ
  2. ทีมระดับกลางของตาราง
    นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, แอสตัน วิลลา, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, ไบรท์ตัน, เบรนท์ฟอร์ด, ฟูแลม, วูล์ฟแฮมป์ตัน, คริสตัล พาเลซ
    ทีมที่มีระบบการเล่นชัดเจน สามารถสร้างปัญหาให้ทีมใหญ่ และมักมีบทบาทสำคัญต่อการชี้ขาดอันดับหัวตาราง
  3. ทีมน้องใหม่และทีมหนีตกชั้น
    บอร์นมัธ, เอฟเวอร์ตัน, น็อตติงแฮม ฟอเรสต์, เลสเตอร์ ซิตี้, เซาแธมป์ตัน, อิปสวิช ทาวน์
    กลุ่มทีมที่ต้องเน้นความสม่ำเสมอ วินัยเกมรับ และการเก็บแต้มในเกมสำคัญ เพื่อรักษาสถานะในพรีเมียร์ลีก

 

รายชื่อทีมเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความสมดุลของพรีเมียร์ลีก ทั้งในด้านสโมสรยักษ์ใหญ่ ทีมที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และทีมน้องใหม่ที่พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พรีเมียร์ลีกยังคงได้รับการยอมรับว่าเป็นลีกฟุตบอลที่แข่งขันกันดุเดือดที่สุดในโลก

 

หัวข้อถัดไปจะพาไปเจาะลึก โปรไฟล์สโมสรพรีเมียร์ลีก เพื่อทำความเข้าใจตัวตนและสไตล์ของแต่ละทีมอย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น

 

โปรไฟล์สโมสรพรีเมียร์ลีก

เพื่อให้เข้าใจเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละทีมในพรีเมียร์ลีกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หัวข้อนี้สรุป ข้อมูลจริงที่สำคัญของสโมสร ในรูปแบบตารางอ่านง่าย ครอบคลุมชื่อทีม สนามเหย้า ผู้จัดการทีม แนวทางการเล่นโดยรวม และจุดเด่นของทีม ซึ่งช่วยให้แฟนบอลเห็นภาพรวมของลีกได้อย่างเป็นระบบ

สโมสร

สนามเหย้า

ผู้จัดการทีม*

สไตล์การเล่น / จุดเด่น

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เอติฮัด สเตเดียม

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ครองบอลสูง แท็กติกซับซ้อน เกมรุกหลากหลาย

อาร์เซนอล

เอมิเรตส์ สเตเดียม

มิเกล อาร์เตต้า

เกมเพรสซิ่ง ผสมพลังดาวรุ่ง

ลิเวอร์พูล

แอนฟิลด์

เจอร์เก้น คล็อปป์

เพรสซิ่งหนัก ความเร็วสูง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โอลด์ แทรฟฟอร์ด

เอริก เทน ฮาก

เกมโต้กลับ ผสมเกมครองบอล

เชลซี

สแตมฟอร์ด บริดจ์

(ขึ้นกับฤดูกาล)

เน้นพัฒนานักเตะอายุน้อย

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดียม

(ขึ้นกับฤดูกาล)

เกมรุกเร็ว ใช้พื้นที่ริมเส้น

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

เซนต์ เจมส์ พาร์ก

เอ็ดดี ฮาว

เกมเข้มข้น พลังทีมสูง

แอสตัน วิลลา

วิลลา พาร์ก

อูไน เอเมรี

เกมเป็นระบบ มีวินัยแท็กติก

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

ลอนดอน สเตเดียม

(ขึ้นกับฤดูกาล)

เกมกายภาพ ลูกตั้งเตะ

ไบรท์ตัน

เอเม็กซ์ สเตเดียม

(ขึ้นกับฤดูกาล)

แท็กติกชัด ระบบสอดแนมเด่น

* ผู้จัดการทีมอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล

 

สโมสรพรีเมียร์ลีกมีความหลากหลายทั้งในด้านประวัติศาสตร์ งบประมาณ และแนวคิดฟุตบอล ตั้งแต่ทีมลุ้นแชมป์ที่ใช้แท็กติกระดับสูง ไปจนถึงทีมที่เน้นระบบและความสามัคคี ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้การแข่งขันพรีเมียร์ลีกเต็มไปด้วยมิติและความเข้มข้นในทุกฤดูกาล

 

ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก และการอ่านแนวโน้มฟอร์มทีม

ตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้วัดผลงานของแต่ละสโมสรตลอดทั้งฤดูกาล โดยสะท้อนให้เห็นทั้ง ความสม่ำเสมอ คุณภาพทีม และความสามารถในการรับมือกับโปรแกรมการแข่งขันที่เข้มข้น ตารางคะแนนไม่ได้บอกเพียงว่าใครเป็นแชมป์หรือทีมตกชั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวชี้วัดทิศทางของลีกในภาพรวมอีกด้วย

 

โดยทั่วไป ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกจะแสดงข้อมูลหลัก เช่น อันดับ แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ คะแนน และผลต่างประตูได้เสีย (Goal Difference) ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญในการจัดอันดับเมื่อทีมมีคะแนนเท่ากัน ปัจจัยอย่างฟอร์มเหย้า–เยือน โปรแกรมที่เหลือ การบาดเจ็บของผู้เล่น และความลึกของขุมกำลัง ล้วนส่งผลโดยตรงต่อการขยับอันดับในตารางตลอดฤดูกาล

 

การเข้าใจตารางคะแนนอย่างถูกต้องจะช่วยให้แฟนบอลมองเห็นภาพการแข่งขันได้ลึกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลุ้นแชมป์ การแย่งพื้นที่ฟุตบอลยุโรป หรือการต่อสู้หนีตกชั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้พรีเมียร์ลีกเต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล

 

แนวโน้มผลงานทีมใหญ่ vs ทีมรองในระยะยาวของพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นและการแข่งขันที่สูสี แต่หากมองในระยะยาวจะเห็นรูปแบบที่ค่อนข้างชัดเจนระหว่าง ทีมใหญ่ (Big Six) กับ ทีมระดับกลาง–ทีมรอง โดยทีมใหญ่ยังคงมีความสม่ำเสมอสูงกว่า ทั้งในแง่ผลงาน คะแนนสะสม และอัตราการจบอันดับท็อปของตาราง สาเหตุหลักมาจากคุณภาพขุมกำลังที่ลึกกว่า งบประมาณที่มั่นคง และความสามารถในการรับมือกับโปรแกรมแข่งถี่ตลอดฤดูกาล ทำให้ในภาพรวม ทีมใหญ่มีแนวโน้มเก็บแต้มได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลที่ความกดดันสูงขึ้น

 

ในขณะที่ ทีมรองหรือทีมระดับกลาง มักมีผลงานที่ผันผวนมากกว่า ช่วงต้นฤดูกาลอาจทำผลงานได้ดีจากความสดหรือแท็กติกใหม่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความล้าจากการใช้งานผู้เล่นตัวหลักซ้ำๆ อาการบาดเจ็บ และขนาดทีมที่เล็กกว่า มักส่งผลให้ฟอร์มตกลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม ทีมรองในพรีเมียร์ลีกก็ยังมีบทบาทสำคัญ เพราะสามารถสร้างเซอร์ไพรส์เอาชนะทีมใหญ่ได้เป็นระยะ โดยเฉพาะเกมในบ้านหรือช่วงที่ทีมใหญ่มีภารกิจบอลถ้วยควบคู่

 

เมื่อพิจารณาในเชิงแนวโน้มระยะยาว พรีเมียร์ลีกจึงเป็นลีกที่ ทีมใหญ่ได้เปรียบในภาพรวม แต่ทีมรองมีศักยภาพในการ “พลิกเกมเป็นช่วง ๆ” ความแตกต่างนี้ทำให้ลีกมีเอกลักษณ์ และเป็นเหตุผลที่การดูแค่ชื่อทีมไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมองฟอร์มต่อเนื่อง บริบทของฤดูกาล และความพร้อมของทีมในแต่ละช่วง เพื่อประเมินทิศทางผลงานได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด

 

สถิติสำคัญของพรีเมียร์ลีกที่แฟนบอลควรรู้

สถิติสำคัญของพรีเมียร์ลีกที่แฟนบอลควรรู้

สถิติขพรีเมียร์ลีก สะท้อนให้เห็นถึง ความเข้มข้น ความเร็ว และมาตรฐานการแข่งขันที่สูง ของลีกฟุตบอลอันดับหนึ่งของโลก การเข้าใจตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้แฟนบอลมองเกมได้ลึกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มการทำประตู ความได้เปรียบของการเล่นในบ้าน หรือรูปแบบการเล่นที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

 

  • ประตูเฉลี่ยต่อเกม พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่มีค่าเฉลี่ยประตูต่อเกมค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับลีกยุโรปอื่น สะท้อนสไตล์เกมรุกที่รวดเร็ว เปิดแลก และความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
  • ผลงานทีมเหย้า vs ทีมเยือน แม้ทีมเหย้ายังคงได้เปรียบจากบรรยากาศแฟนบอล แต่ในยุคหลัง สถิติชัยชนะของทีมเยือนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากคุณภาพทีมที่ใกล้เคียงกันและการวางแท็กติกที่รัดกุมมากขึ้น
  • การครองบอล (Possession) ทีมระดับท็อปของพรีเมียร์ลีกมักมีเปอร์เซ็นต์ครองบอลสูง แต่ไม่ได้การันตีชัยชนะเสมอไป หลายทีมประสบความสำเร็จจากเกมโต้กลับและการเล่นโดยไม่เน้นครองบอล
  • การยิงเข้าเป้า (Shots on Target) ทีมที่มีประสิทธิภาพสูงมักไม่ได้ยิงมากที่สุด แต่เป็นทีมที่เปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้ดีที่สุด แสดงให้เห็นถึงคุณภาพผู้เล่นแนวรุกและการเข้าทำที่มีแบบแผน
  • ความเข้มข้นของเกม พรีเมียร์ลีกเป็นหนึ่งในลีกที่มีจำนวนการปะทะ การวิ่งต่อเกม และความเร็วเฉลี่ยของเกมสูง ทำให้ความฟิตและขุมกำลังของทีมมีความสำคัญอย่างมากตลอดฤดูกาล

 

สถิติเหล่านี้ไม่เพียงช่วยอธิบายว่าทำไมพรีเมียร์ลีกจึงสนุกและเร้าใจ แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการวิเคราะห์เชิงลึกในหัวข้อถัดไป เช่น ทีมที่ยิงประตูมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก และ ทีมที่มีระบบเกมรับแข็งแกร่งที่สุด ซึ่งสะท้อนการใช้สถิติให้เกิดประโยชน์ในเชิงแท็กติกอย่างแท้จริง

 

แนวโน้มเกมรุก เกมรับ และรูปแบบสกอร์

พรีเมียร์ลีกในช่วงหลังมีแนวโน้มชัดเจนไปทาง เกมรุกที่เร็วและกดดันสูง หลายทีมใช้การเพรสซิ่งตั้งแต่แดนหน้า ทำให้จำนวนจังหวะเข้าทำและสกอร์เฉลี่ยต่อเกมเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันเกมรับของหลายทีมเลือกยืนไลน์สูง เปิดพื้นที่ให้เกิดเกมสวนกลับบ่อย รูปแบบสกอร์จึงมักออกมาในลักษณะ ยิงกันมากกว่า 2 ประตู หรือมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะเกมที่ทีมใหญ่พบกันเองหรือเจอกับทีมที่เน้นเปิดเกมแลก

 

นักเตะดาวดังในพรีเมียร์ลีก

นักเตะดาวดังในพรีเมียร์ลีก

ผู้เล่น พรีเมียร์ลีก มักมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน เช่น ความแข็งแกร่ง ความเร็ว การเข้าปะทะหนัก และทักษะเฉพาะตำแหน่งที่เหนือระดับ หลายคนไม่เพียงแค่ฝากผลงานในสนามเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นสัญลักษณ์ของสโมสรและมีอิทธิพลต่อสไตล์ฟุตบอลของยุคสมัยนั้นๆ

ผู้เล่นระดับตำนานที่แฟนบอลทั่วโลกยอมรับ

  1. อลัน เชียเรอร์ (Alan Shearer) ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก ผู้เชี่ยวชาญลูกกลางอากาศและจังหวะจบสกอร์อันเฉียบคม
  2. เธียร์รี อองรี (Thierry Henry) ตำนานอาร์เซนอลที่ผสมความเร็ว เทคนิค และการทำประตูไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
  3. สตีเวน เจอร์ราร์ด (Steven Gerrard) มิดฟิลด์ไดนาโมของลิเวอร์พูลที่โดดเด่นทั้งเกมรุกและเกมรับ พร้อมยิงไกลทรงพลัง
  4. คริสเตียโน โรนัลโด (Cristiano Ronaldo) ซูเปอร์สตาร์ที่สถาปนาตัวเองในแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์
  5. แฟรงค์ แลมพาร์ด (Frank Lampard) มิดฟิลด์จอมทำประตูของเชลซีที่ขึ้นชื่อเรื่องการเติมเกมและยิงไกลแม่นยำ

ผู้เล่นดังยุคปัจจุบันที่เป็นตัวกำหนดเกม

  1. เออร์ลิง ฮาแลนด์ (Erling Haaland) ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดาวยิงเครื่องจักรที่เป็นตัวชี้วัดสกอร์สูง–ต่ำแทบทุกแมตช์
  2. เควิน เดอ บรอยน์ (Kevin De Bruyne) ทีมมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพลย์เมกเกอร์ที่ส่งบอลคมที่สุดคนหนึ่งของโลก กำหนดจังหวะเกมได้อย่างยอดเยี่ยม
  3. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah) ทีมลิเวอร์พูล ปีกตัวเก่งที่สร้างผลงานสม่ำเสมอและมีส่วนร่วมกับประตูของทีมอย่างต่อเนื่อง
  4. บรูโน่ แฟร์นันด์ส (Bruno Fernandes) ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มิดฟิลด์ที่มีบทบาทสำคัญกับเกมรุกและเกมสร้างสรรค์โอกาสของทีม

 

ผู้เล่นทั้งระดับตำนานและรุ่นใหม่ในพรีเมียร์ลีกล้วนมีความสามารถและสไตล์เฉพาะที่ทำให้ลีกนี้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น การทำความรู้จักผู้เล่นเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเกมฟุตบอลได้ลึกกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การเล่น, จุดเด่นทางแท็กติก หรือผลกระทบต่อฟอร์มทีมในภาพรวม ซึ่งทั้งหมดมีบทบาทสำคัญต่อการวิเคราะห์บอลและการติดตามเกมพรีเมียร์ลีกอย่างมีคุณภาพ

 

ผู้จัดการทีมระดับท็อปในพรีเมียร์ลีก

นอกจากนักเตะระดับโลก ผู้จัดการทีมคืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางและมาตรฐานของพรีเมียร์ลีก ทั้งในด้านแท็กติก ความเข้มข้นของเกม และความสำเร็จของสโมสร หลายคนไม่เพียงสร้างผลงานโดดเด่นให้ทีมตัวเอง แต่ยังมีอิทธิพลต่อรูปแบบฟุตบอลของลีกอังกฤษโดยรวม

 

  • เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) ผู้นำยุคทองของยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 13 สมัย เด่นด้านการสร้างทีมระยะยาว การบริหารนักเตะ และการปรับแท็กติกตามยุคสมัย

  • อาร์แซน เวนเกอร์ (อาร์เซนอล) ผู้เปลี่ยนโฉมฟุตบอลอังกฤษด้วยสไตล์บอลบนพื้นและแนวคิดสมัยใหม่ ผลงานเด่นคือฤดูกาลไร้พ่าย 2003/04

  • เป๊ป กวาร์ดิโอลา (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) กุนซือยุคใหม่ที่ยกระดับพรีเมียร์ลีกด้วยฟุตบอลครองเกมและระบบการเล่นที่ชัดเจน ทำให้ซิตี้กลายเป็นทีมระดับโลก

  • เจอร์เกน คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล) ผู้พาลิเวอร์พูลกลับสู่ความสำเร็จด้วยเกมเพรสซิ่งและการสร้างทีมจากแกนหลัก พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกหลังรอคอยยาวนาน

  • โชเซ่ มูรินโญ่ (เชลซี) ผู้สร้างความสำเร็จให้เชลซีด้วยแท็กติกเน้นผลลัพธ์ เกมรับแข็งแกร่ง และบุคลิกที่โดดเด่น

 

ผู้จัดการทีมเหล่านี้ช่วยทำให้พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางแท็กติกและการแข่งขันที่เข้มข้น ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ลีกอังกฤษได้รับความนิยมสูงสุดในโลกฟุตบอล

 

ผลกระทบของแท็กติกยุคใหม่ต่อสไตล์พรีเมียร์ลีก

ผลกระทบของแท็กติกยุคใหม่ต่อสไตล์พรีเมียร์ลีก

ในมุมของการ วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีก จะเห็นได้ชัดว่าแท็กติกฟุตบอลยุคใหม่มีบทบาทอย่างมากต่อพัฒนาการของลีก จากเดิมที่พรีเมียร์ลีกขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งและเกมที่เน้นพละกำลัง ปัจจุบันได้พัฒนาไปสู่ฟุตบอลเชิงระบบที่ให้ความสำคัญกับการยืนตำแหน่ง การเคลื่อนที่เป็นทีม และการตัดสินใจจากข้อมูลเชิงลึก การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เกมมีความซับซ้อนและต้องอาศัยการอ่านเกมมากขึ้นทั้งจากนักเตะและผู้วิเคราะห์

 

  • Inverted Fullback ฟูลแบ็กขยับเข้ามาเล่นด้านในเหมือนกองกลางระหว่างเกมรุก ช่วยเพิ่มจำนวนผู้เล่นในแดนกลาง ควบคุมจังหวะเกม และสร้างความได้เปรียบเชิงแท็กติก โดยเฉพาะทีมที่เน้นการครองบอล

  • False 9 กองหน้าที่ไม่ยืนค้ำหน้าเขตโทษ แต่ถอยลงมามีส่วนร่วมกับการสร้างเกม เปิดพื้นที่ให้แนวรุกคนอื่นสอดขึ้นมาทำประตู ทำให้แนวรับคู่แข่งอ่านเกมได้ยากขึ้น

  • การเพรสซิ่งสูง (High Pressing) การไล่บีบพื้นที่ตั้งแต่แดนบนเพื่อตัดจังหวะการขึ้นเกมของคู่แข่ง ช่วยเพิ่มโอกาสแย่งบอลในพื้นที่อันตรายและเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้อย่างรวดเร็ว

  • Build-up จากแนวหลัง การเริ่มเกมรุกจากผู้รักษาประตูและกองหลังด้วยการต่อบอลสั้นอย่างเป็นระบบ ลดการเล่นบอลยาวแบบเดิม และช่วยให้ทีมควบคุมเกมได้ตั้งแต่ต้นทาง

 

การปรับใช้แท็กติกฟุตบอลสมัยใหม่ทำให้พรีเมียร์ลีกเปลี่ยนภาพจากลีกที่เน้นพละกำลังเพียงอย่างเดียว มาเป็นการแข่งขันที่ต้องอาศัยทั้งความแข็งแกร่งและความเข้าใจเกมไปพร้อมกัน ทีมต่างๆ จำเป็นต้องมีนักเตะที่เล่นตามระบบได้ดี ปรับบทบาทได้หลากหลาย และแก้เกมตามสถานการณ์ในสนามอยู่ตลอด 

 

ความนิยมของพรีเมียร์ลีกในไทยและทั่วโลก

ความนิยมของพรีเมียร์ลีกในไทยและทั่วโลก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้รับการยอมรับว่าเป็นลีกฟุตบอลที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลก ด้วยการถ่ายทอดสดครอบคลุมกว่า 200 ประเทศ ความเข้มข้นของการแข่งขันทุกสัปดาห์ และการรวมตัวของนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์จากทั่วทุกมุมโลก ทำให้พรีเมียร์ลีกกลายเป็น แบรนด์กีฬาระดับสากล ที่เข้าถึงแฟนบอลทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นตลาดยุโรป เอเชีย แอฟริกา หรืออเมริกา ความสม่ำเสมอของคุณภาพเกมและความไม่แน่นอนของผลการแข่งขัน คือปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้ชมยังคงติดตามอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับประเทศไทย พรีเมียร์ลีกถือเป็นลีกฟุตบอลต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุดมาอย่างยาวนาน แฟนบอลไทยมีความผูกพันกับสโมสรดัง เช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล และเชลซี จากการ ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก ที่เข้าถึงง่าย การนำเสนอข่าวสารอย่างต่อเนื่อง และวัฒนธรรมการเชียร์ที่ฝังรากลึก พรีเมียร์ลีกจึงไม่ใช่แค่การแข่งขันฟุตบอล แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์แฟนบอลไทย และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ลีกนี้ยังคงครองตำแหน่งอันดับ 1 ของโลกในด้านความนิยมอย่างแท้จริง

 

ความแตกต่างของพรีเมียร์ลีกเมื่อเทียบกับลีกใหญ่ยุโรปอื่น

แม้ลีกฟุตบอลชั้นนำของยุโรปจะมีคุณภาพการแข่งขันใกล้เคียงกัน แต่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากลีกอื่นอย่างชัดเจน ทั้งในด้านสไตล์การเล่น ความเข้มข้นของการแข่งขัน และโครงสร้างทางธุรกิจ ความแตกต่างเหล่านี้มักถูกนำมาเปรียบเทียบกับลีกสำคัญอย่าง ลาลีกา สเปน และบุนเดสลีกา เยอรมัน เพื่อทำความเข้าใจแนวคิดฟุตบอลของแต่ละประเทศให้ลึกยิ่งขึ้น

 

ตารางเปรียบเทียบพรีเมียร์ลีกกับลีกใหญ่ยุโรป

ประเด็นเปรียบเทียบ

พรีเมียร์ลีก

ลาลีกา

บุนเดสลีกา

สไตล์เกม

เร็ว ดุดัน เปิดเกมรุก

เทคนิคสูง ครองบอล

เกมเพรสซิ่ง มีวินัย

ความเข้มข้นทั้งลีก

สูงทุกอันดับ

กระจุกที่ทีมใหญ่

แข่งขันสูงบางช่วง

การลงทุน

สูง กระจายทั่วลีก

ทีมใหญ่ลงทุนสูง

ระบบสโมสรมั่นคง

ความนิยมทั่วโลก

สูงมาก

สูงในยุโรป/อเมริกาใต้

สูงในยุโรป

รายได้ลิขสิทธิ์

สูงที่สุด

รองลงมา

สูงในประเทศ

พรีเมียร์ลีกโดดเด่นด้วยความเร็วของเกมและการแข่งขันที่สูสีตั้งแต่หัวตารางถึงท้ายตาราง ต่างจากบางลีกที่ความสำเร็จมักกระจุกตัวอยู่กับไม่กี่สโมสร ขณะเดียวกัน ลาลีกา จะเน้นแท็กติกและเทคนิคการเล่นที่ละเอียดกว่า ซึ่งเหมาะกับการศึกษาฟุตบอลในอีกมุมหนึ่ง การทำความเข้าใจความแตกต่างของแต่ละลีกจะช่วยให้การติดตามข่าว การวิเคราะห์เกม และการอ่านบทวิเคราะห์ฟุตบอลมีบริบทที่ชัดเจนและรอบด้านมากยิ่งขึ้น

 

วัฒนธรรมแฟนบอลและบทบาทฟุตบอลในอังกฤษ

ฟุตบอลถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในสังคมอังกฤษมาอย่างยาวนาน โดยพรีเมียร์ลีกเป็นศูนย์กลางสำคัญที่สะท้อนวัฒนธรรมแฟนบอลของประเทศนี้ได้ชัดเจน แฟนบอลอังกฤษผูกพันกับสโมสรในท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง การเชียร์ฟุตบอลไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่เป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงครอบครัว ชุมชน และอัตลักษณ์ของเมือง สนามฟุตบอลจึงเปรียบเสมือนพื้นที่รวมตัวของผู้คนจากหลากหลายรุ่น ที่มีสโมสรเป็นจุดร่วมทางความรู้สึกและความภาคภูมิใจ

 

ในระดับประเทศ พรีเมียร์ลีกมีบทบาทสำคัญทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ ฟุตบอลช่วยสร้างงาน กระตุ้นการท่องเที่ยว และเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของอังกฤษ ขณะเดียวกัน การถ่ายทอดสดไปทั่วโลกยังทำให้วัฒนธรรมแฟนบอลอังกฤษถูกส่งต่อไปยังผู้ชมในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเพลงเชียร์ ประเพณีก่อนเกม หรือบรรยากาศการแข่งขันที่เข้มข้น สิ่งเหล่านี้ทำให้พรีเมียร์ลีกไม่ได้เป็นเพียงลีกฟุตบอล แต่เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลต่อภาพลักษณ์ของอังกฤษในเวทีโลก

ผลงานสโมสรอังกฤษในเวทียุโรป

สโมสรจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือเป็นหนึ่งในขุมกำลังสำคัญของฟุตบอลยุโรป โดยมีบทบาทโดดเด่นอย่างต่อเนื่องในรายการระดับทวีปอย่าง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก (UCL) และ ยูฟ่า ยูโรปาลีก (UEL) ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทีมอังกฤษไม่เพียงเข้าร่วมการแข่งขันอย่างสม่ำเสมอ แต่ยังสามารถก้าวไปถึงรอบลึกและคว้าแชมป์ได้หลายสมัย สะท้อนถึงคุณภาพของลีกและมาตรฐานการแข่งขันที่สูงในระดับสากล

 

สโมสรอย่าง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่างเคยสร้างชื่อเสียงในเวทียุโรป ทั้งการคว้าแชมป์และการเข้าชิงชนะเลิศหลายครั้ง โดยเฉพาะในยุคหลังที่ทีมจากพรีเมียร์ลีกมักถูกยกให้เป็นตัวเต็งของรายการใหญ่ ปัจจัยสำคัญมาจากขุมกำลังนักเตะระดับโลก แท็กติกที่ทันสมัย และประสบการณ์ในการรับมือกับเกมความกดดันสูง ผลงานในเวทียุโรปเหล่านี้ไม่เพียงตอกย้ำความแข็งแกร่งของสโมสรอังกฤษ แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้พรีเมียร์ลีกเป็นลีกฟุตบอลอันดับหนึ่งของโลกอย่างแท้จริง

คู่ปรับสำคัญในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เต็มไปด้วยการแข่งขันที่ดุเดือด แต่สิ่งที่ทำให้ลีกนี้มีเสน่ห์เป็นพิเศษคือ ศึกคู่ปรับ (Derby & Rivalries) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเกมฟุตบอลธรรมดา แต่ผูกโยงกับประวัติศาสตร์ เมือง วัฒนธรรม และความรู้สึกของแฟนบอล หนึ่งในคู่ปรับที่โด่งดังที่สุดคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ลิเวอร์พูล การพบกันของสองสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอังกฤษ ซึ่งสะท้อนการแย่งชิงศักดิ์ศรีทั้งในอดีตและปัจจุบัน ทุกครั้งที่ทั้งสองทีมลงสนาม ผลการแข่งขันมักส่งผลต่อบรรยากาศของทั้งลีก

 

นอกจากนี้ ยังมีคู่ปรับสำคัญอื่นๆ เช่น นอร์ทลอนดอนดาร์บี ระหว่าง อาร์เซนอล กับ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ที่สะท้อนการแย่งชิงความเป็นหนึ่งของลอนดอน, แมนเชสเตอร์ดาร์บี ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านอำนาจของเมืองแมนเชสเตอร์ รวมถึงศึกดาร์บีอื่นๆ ที่เพิ่มความเข้มข้นให้พรีเมียร์ลีก เกมเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความตื่นเต้นให้แฟนบอล แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้พรีเมียร์ลีกมีอารมณ์ร่วม ความดราม่า และเรื่องราวที่ถูกพูดถึงไม่รู้จบในทุกฤดูกาล

 

สรุป พรีเมียร์ลีก ทำไมยังเป็นลีกฟุตบอลอันดับ 1 ของโลก

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงครองตำแหน่งลีกฟุตบอลอันดับหนึ่งของโลกได้อย่างมั่นคง เพราะผสมผสานทุกองค์ประกอบของความสำเร็จไว้ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น คุณภาพการแข่งขันที่เข้มข้นทุกสัปดาห์ ความสูสีของทีมตั้งแต่หัวตารางถึงท้ายตาราง แท็กติกฟุตบอลยุคใหม่ นักเตะและผู้จัดการทีมระดับโลก รวมถึงโครงสร้างทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและยั่งยืน การกระจายรายได้ที่เป็นธรรมทำให้ทุกทีมมีศักยภาพในการแข่งขัน และสร้างเซอร์ไพรส์ได้เสมอ

 

นอกจากนี้ ความนิยมของพรีเมียร์ลีกในระดับสากล โดยเฉพาะในประเทศไทยและเอเชีย ยังช่วยตอกย้ำสถานะของลีกในฐานะ แบรนด์กีฬาที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก พรีเมียร์ลีกไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันฟุตบอล แต่เป็นวัฒนธรรม ความบันเทิง และอุตสาหกรรมกีฬาขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงแฟนบอลทั่วโลกเข้าด้วยกัน ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ พรีเมียร์ลีก 2025/26 จึงยังคงเป็นลีกฟุตบอลที่ทั้ง “สนุกที่สุด แข่งขันสูงที่สุด และมีอิทธิพลมากที่สุด” ของโลกฟุตบอลในยุคปัจจุบันและอนาคตต่อไป

ต้องการข้อมูลวิเคราะห์ใหม่ล่าสุด? คลิ๊กที่ UFA365 เพื่อดูอัปเดตประจำวันทั้งหมดเพิ่มเติม

FAQ คำถามเกี่ยวกับพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืออะไร

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (Premier League) คือการแข่งขันฟุตบอลอาชีพระดับสูงสุดของอังกฤษ ก่อตั้งในปี 1992 มี 20 ทีม แข่งขันระบบเหย้า–เยือน และเป็นลีกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก

แต่ละทีมลงแข่ง 38 นัดต่อฤดูกาล พบคู่แข่งทีมละ 2 นัด รวมทั้งลีกทั้งหมด 380 นัดต่อฤดูกาล

 

ทีมที่จบอันดับ 1–4 ของพรีเมียร์ลีก จะได้สิทธิ์ไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกในฤดูกาลถัดไป

ทีมที่จบอันดับ 18–20 จะตกชั้นไปเล่นในแชมเปียนชิป และถูกแทนที่ด้วย 3 ทีมจากลีกรอง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมากที่สุด ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมที่ประสบความสำเร็จสูงในยุคหลัง

Picture of ภูวเดช ศรีวงศ์เจริญกุล (Phuwadet Sriwongcharoenkul)

ภูวเดช ศรีวงศ์เจริญกุล (Phuwadet Sriwongcharoenkul)

ภูวเดช เป็นนักเขียนสายฟุตบอลที่มีประสบการณ์กว่า 8 ปีในวงการสื่อกีฬาและการตลาดเชิงเนื้อหา เขาเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์เกมฟุตบอล รีวิวทีม ลีก และประเด็นสำคัญในวงการลูกหนัง รวมถึงนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแท็กติก ฟอร์มการเล่น และแนวโน้มของฟุตบอลเอเชีย เนื้อหาของเขาโดดเด่นด้วยความเข้าใจง่าย มีมุมมองเชิงวิเคราะห์ และช่วยให้ผู้อ่านติดตามเกมฟุตบอลได้อย่างสนุกและมีมิติยิ่งขึ้น